","datePublished":"2016-06-11T03:43:29+00:00","dateModified":"2016-06-09T09:58:01+00:00","commentCount":0,"mainEntityOfPage":{"@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95/#webpage"},"publisher":{"@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/#/schema/person/"},"image":{"@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95/#primaryimage"},"keywords":"\u0e01\u0e32\u0e23\u0e14\u0e39\u0e41\u0e25\u0e2a\u0e38\u0e02\u0e20\u0e32\u0e1e,\u0e1b\u0e23\u0e30\u0e42\u0e22\u0e0a\u0e19\u0e4c\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e42\u0e22\u0e40\u0e01\u0e34\u0e23\u0e4c\u0e15,\u0e42\u0e22\u0e40\u0e01\u0e34\u0e23\u0e4c\u0e15","articleSection":"\u0e01\u0e32\u0e23\u0e14\u0e39\u0e41\u0e25\u0e2a\u0e38\u0e02\u0e20\u0e32\u0e1e"},{"@type":["Person"],"@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/#/schema/person/6e12eeb06ee6c5289f7008d51bd6a6fe","name":"\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e44\u0e17\u0e22","image":{"@type":"ImageObject","@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/#authorlogo","url":"http://2.gravatar.com/avatar/2f1ee3372beee1f3a18f669b0be402a8?s=96&d=mm&r=g","caption":"\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e44\u0e17\u0e22"},"sameAs":[]}]}
Recent Posts

ประโยชน์ของการรับประทาน โยเกิร์ต

ประโยชน์ของการรับประทาน โยเกิร์ต

โยเกิร์ตโยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ระหว่างการหมักนมด้วยแบคทีเรีย ในระหว่างกระบวนการทำชีส ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์นมอย่างหนึ่ง ซึ่งเจ้าโยเกิร์ตนี้ มีจุลินทรีย์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็น แลคโตบาซิลลัส บัลแกริคัส เดลบริคิโอ สเตรปโตคอคคัส ฯลฯ และวันนี้เราจะมาพูดถึงคุณประโยชน์ต่างๆ ของโยเกิร์ตกัน

  1. ในโยเกิร์ตมีโปรตีนชั้นดีซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่านมถึง 20% ซึ่งเหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการลดหุ่น ลดหน้าท้องที่มีไขมันมาก ซึ่งการรับประทานโยเกิร์ตเป็นทางเลือกที่ดีเลยครับ
  2. โยเกิร์ตประกอบไปด้วยแบททีเรียแลตโตบาซิลัสมากมาย  ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ของเราโดยตรงเลยล่ะ  เพราะว่าเจ้าแบทีเรียตัวนี้จะไปช่วยลดความเสี่ยงการ เกิดมะเร็งลำไส้  แถมยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ  ที่เกี่ยวกับลำไส้อีกด้วย
  3. โยเกิร์ตช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากนมได้ดีขึ้น โดยในโยเกิร์ตมีกรดแลคติกที่ช่วยย่อยแคลเซียมได้ง่ายนั่นเอง
  4. มีการวิจัยออกมาว่า การรับประทานโยเกิร์ดเป็นประจำนั้นสามารถรักษาอาการท้องเสีย ท้องเดิน หรือโรคแผลในกระเพาะอาหารได้อย่างดี
  5. การทานโยเกิร์ตทุกวันจะสามารถช่วยลดเชื่อราที่ช่องคลอดได้  แถมลดการติด เชื้อที่ช่องคลอดได้อีกต่างหาก  สาวคนไหนกลุ้มเฮดกับเรื่องเชื้อราของน้อง หนูเราอยู่นั้น  ลองหันมาทานดูสิ  รับรองว่าหายเป็นปลิดทิ้งเลย  นอกจาดนี้ แล้วยังช่วยให้ช่วงมีประจำเดือนทุกครั้งควรทานโยเกิร์ตเป็นประจำด้วยเราะสะ พคุณของเจ้าโยเกิร์ตนี้จะช่วยลดเชื้อรานั้นเอง  แล้วก็ช่วยกำจัดเชื้อโรคใน ช่องคลอดเราด้วย
  6. โยเกิร์ตมีแลคโตบาซิลลัส ซึ่งสามารถช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่อยู่ในเลือด ได้ ดังนั้นจึงมักเห็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน มีส่วนผสมของโยเกิร์ตอยู่และแลคโตบาซิลลัส ยังสามารถช่วยตรวจจับสารโลหะหนัก สารก่อมะเร็งและกรดน้ำดีซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายได้ พูดง่ายๆ ก็คือโยเกิร์ตนั้นเป็นสารที่ยับยั้งและป้องกันการเกิดมะเร็งได้นั่นเอง นอกจากนั้นแลคโตบาซิลลัสยังสามารถยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียในลำไส้สร้างสารไน เตรทที่เป็นอันตรายอีกชนิดหนึ่งกับร่างกายได้อีกด้วย
  7. โยเกิร์ยสูตรไร้น้ำตาลนั้นจะช่วยลดอาการกลิ่นตุๆ  ที่ปากได้  นอกจากนี้แมง ก็ไม่มีทางกินฟันให้ผุแน่นอน  แถมยังไม่มีโรคเหงือกให้เจ็บปวดเล่นอีกด้วย  ขอบอกนิดๆ  น่ะว่าที่เราไม่มีกลิ่นมากนั้นก็เนื่องมาจาก แบททีเรียสองสหายทั้งแลคโตบาซิลลัสและสเตร็ปโตค็อสคัส  ต่างช่วยกันขยันขัน แข็งทำลายปริมาณไฮโดรเจนซัสไฟด์ที่เป็นต้นเหตุของอาการกลิ่นปาก
  8. โยเกิร์ตยังสามารถนำไปใช้ในการเสริมความงาม เช่น มาร์คหน้า พอกหน้า พอกตัว เพื่อบำรุงผิวพรรณให้สวยสดใสได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า คุณประโยชน์ต่างๆ ของโยเกิร์ตนั้นมีมากมายหลากหลายประการเลยนะคะ ดังนั้นจึงแทบจะพูดได้ว่า โยเกิร์ตนั้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริงค่ะ แต่มีข้อแนะนำสำหรับคนที่ชอบรับประทานโยเกิร์ตว่า ให้เลือกรับประทานชนิดพร่องไขมัน หรือแบบธรรมชาติจะดีกว่า ทั้งนี้เพราะโยเกิร์ตที่ปรุงแต่งรสผลไม้นั้น มักจะมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำตาลอยู่เยอะ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลย