Recent Posts

นาฬิกาชีวิต รู้ไว้ห่างไกลโรค

นาฬิกาชีวิต รู้ไว้ห่างไกลโรค

นาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิตเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวันเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง เพราะในร่างกายมีไฮโพธาลามัสทำหน้าที่บริหารระบบในร่างกายให้ทำงานสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมของธรรมชาติ เรามาดูกันครับว่าในแต่ละช่วงเวลาเราควรปฏิบัติตัวอย่างไร

  • ช่วง01.00-03.00 น. เป็นช่วงเวลาของตับ
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ นอนหลับให้สนิท
    อาหารที่ช่วยบำรุงตับ ได้แก่ งา น้ำผลไม้และน้ำสะอาด
  • ช่วง03.00-05.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ ตื่นนอน และออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์
    อาหารที่ช่วยบำรุงปอด ได้แก่ วิตามินเอ เช่น ส้ม ผักใบเขียว น้ำผึ้ง หอมใหญ่
  • ช่วง 05.00 – 07.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ ขับถ่ายอุจาระ ในช่วงนี้ พยายามขับถ่ายเป็นกิจวัตร
    อาหารที่ช่วยบำรุงลำสำไส้ใหญ่ ได้แก่ อาหารประเภทที่มีกากใยอาหารสูงๆ
  • ช่วง 07.00 – 09.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ กินอาหารเช้า
    อาหารที่ช่วยบำรุงกะเพาะ ได้แก่ ควรมีอาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารอย่างน้อย 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25 ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • ช่วง 09.00 – 11.00 น. เป็นช่วงเวลาของม้าม
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ
    อาหารที่ช่วยบำรุงม้าม ได้แก่ มันเทศสีแดง หรือเหลือง อาหารที่ทำจากบุก
  • ช่วง 11.00 – 13.00 น. เป็นช่วงเวลาของหัวใจ
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ หลี่กเหลี่ยงความเครียด
    อาหารที่ช่วยบำรุงหัวใจ ได้แก่ อาหารที่มีสีแดงตามธรรมชาติ เช่นถั่วแดง ผลไม้สีแดง น้ำมันปลา วิตามินบี
  • ช่วง 13.00 – 15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ งดรับประทานอาหาร
    อาหารที่ช่วยบำรุงลำไส้เล็ก ได้แก่ งดรับประทานอาหารทุกประเภท
  • ช่วง 15.00 – 17.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ ทำตัวให้เหงื่อออก อาจจะเป็นการออกกำลังกาย
    อาหารที่ช่วยบำรุงกะเพราะปัสสาวะ ได้แก่ ผลไม้ เช่น บิลเบอร์รี่ และดื่มน้ำสะอาดมากๆ
  • ช่วง 17.00 – 19.00 น. เป็นช่วงเวลาของไต
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ ทำตัวให้สดชื่น ไม่ง่วงหงาวหาวนอน
    อาหารที่ช่วยบำรุงไต ได้แก่ อาหารที่มีเกลือต่ำ ความเค็มน้อย หรือสมุนไพรจีน เช่น ถั่งเฉ้า
  • ช่วง 19.00 – 21.00 น. เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ ทำสมาธิ สวดมนต์
    อาหารที่ช่วยบำรุงเยื่อหุ้มหัวใจ ได้แก่ อาหารจำพวกโปรตีนที่ไขมันต่ำรวมถึงวิตามินบีต่างๆ
  • ช่วง 21.00 – 23.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของระบบความเย็นในร่างกาย
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ ห้ามอาบน้ำเย็น ห้ามตาก ลม ควรทำร่างกายให้อบอุ่น
    อาหารที่ช่วยบำรุงระบบความร้อนของร่างกาย ได้แก่ อาหารที่รสเผ็ดร้อน เช่น ขิง โสม
  • ช่วง 23.00 – 01.00 น. เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี
    ข้อควรปฎิบัติในช่วงเวลานี้คือ ดื่มน้ำก่อนเข้านอน
    อาหารที่ช่วยบำรุงถุงน้ำดี ได้แก่ อาหารที่ไขมันต่ำ และไม่ทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ

เป็นอย่างไรบ้างครับ ถ้าอยากให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง เราควรปฏิบัติตามนี้นะครับ แต่เราก็พยายามปรับนะครับ ทีมงาน thaisamunpaifood.com จะนำข่าวสารดีๆ มาฝากเรื่อยๆ ครับ