","datePublished":"2016-05-29T14:34:22+00:00","dateModified":"2016-05-30T12:52:07+00:00","commentCount":0,"mainEntityOfPage":{"@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89/#webpage"},"publisher":{"@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/#/schema/person/e9229073fea450ceee9a19e07f9b09de"},"image":{"@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%89/#primaryimage"},"keywords":"\u0e15\u0e30\u0e44\u0e04\u0e23\u0e49,\u0e27\u0e34\u0e18\u0e35\u0e43\u0e0a\u0e49\u0e15\u0e30\u0e44\u0e04\u0e23\u0e49\u0e40\u0e1b\u0e47\u0e19\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23,\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e02\u0e31\u0e1a\u0e1b\u0e31\u0e2a\u0e2a\u0e32\u0e27\u0e30,\u0e2a\u0e23\u0e23\u0e1e\u0e04\u0e38\u0e13\u0e02\u0e2d\u0e07\u0e15\u0e30\u0e44\u0e04\u0e23\u0e49","articleSection":"\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e02\u0e31\u0e1a\u0e1b\u0e31\u0e2a\u0e2a\u0e32\u0e27\u0e30,\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e41\u0e01\u0e49\u0e17\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e2d\u0e37\u0e14 \u0e17\u0e49\u0e2d\u0e07\u0e40\u0e1f\u0e49\u0e2d,\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e41\u0e01\u0e49\u0e44\u0e02\u0e49,\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e41\u0e01\u0e49\u0e44\u0e2d,\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e44\u0e25\u0e48\u0e41\u0e21\u0e25\u0e07"},{"@type":["Person"],"@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/#/schema/person/6e12eeb06ee6c5289f7008d51bd6a6fe","name":"\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e44\u0e17\u0e22","image":{"@type":"ImageObject","@id":"http://www.thaisamunpaifood.com/#authorlogo","url":"http://2.gravatar.com/avatar/2f1ee3372beee1f3a18f669b0be402a8?s=96&d=mm&r=g","caption":"\u0e2a\u0e21\u0e38\u0e19\u0e44\u0e1e\u0e23\u0e44\u0e17\u0e22"},"sameAs":[]}]}
Recent Posts

ตะไคร้สมุนไพรขับปัสสาวะ และประโยชน์ด้านอื่น

ตะไคร้ สมุนไพรขับปัสสาวะ

ตะไคร้ตะไคร้จัดเป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้า ใบมีลักษณะเรียวยาว ปลายใบมีขนหนาม เป็นสมุนไพรไทยชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหาร โดยตะไคร้แบ่งออกเป็น 6 ชนิด ซึ่งได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้กอ ตะไคร้ต้น ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางนาค และตะไคร้หางสิงห์ ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยที่นิยมปลูกทั่วไปในบ้านเรา โดยมีถื่นกำเนิดใน ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย พม่า ศรีลังกา และไทย

ตะไคร้เป็นทั้งยารักษาโรคและยังมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เช่น วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุ

สรรพคุณของ ตะไคร้

  1. ตะไคร้มีส่วนช่วยในการขับเหงื่อ
  2. เป็นยาบำรุงธาตุไฟให้เจริญ (ต้นตะไคร้)
  3. มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยในการเจริญอาหาร
  4. ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร (ต้น)
  5. สารสกัดจากตะไคร้มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคเมะเร็งลำไส้ใหญ่
  6. แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ
  7. ช่วยรักษาอาการไข้ (ใบสด)
  8. ใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ (ราก)
  9. น้ำมันหอมระเหยของใบตะไคร้ สามารถบรรเทาอาการปวดได้
  10. ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
  11. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง (ใบสด)
  12. ใช้เป็นยาแก้อาเจียน หากนำไปใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ (หัวตะไคร้)
  13. ช่่วยแก้อาการกษัยเส้นและแก้ลมใบ (หัวตะไคร้)
  14. รักษาโรคหอบหืด ด้วยการใช้ต้นตะไคร้
  15. ตะไคร้ช่วยแก้อาการเสียดแน่นแสบบริเวณหน้าอก (ราก)
  16. ใช้เป็นยาแก้อาการปวดท้องและอาการท้องเสีย (ราก)
  17. ช่วยแก้และบรรเทาอาการปวดท้อง
  18. ช่วยรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ (หัวตะไคร้)
  19. ช่วยในการขับน้ำดีมาช่วยในการย่อยอาหาร
  20. น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ มีส่วนช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ได้
  21. มีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ
  22. ช่วยแก้อาการปัสสาวะพิการ และรักษาโรคนิ่ว (หัวตะไคร้)
  23. ช่วยแก้อาการขัดเบา (หัวตะไคร้)
  24. ใช้เป็นยาแก้ขับลม (ต้น)
  25. ช่วยรักษาอหิวาตกโรค
  26. ช่วยแก้ลมอัมพาต (หัวตะไคร้)
  27. ใช้เป็นยารักษาเกลื้อน (หัวตะไคร้)
  28. น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ สามารถช่วยต่อต้านเชื้อราบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี
  29. ช่วยแก้โรคหนองใน หากนำไปผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ

วิธีใช้ตะไคร้เป็นสมุนไพร

แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด ปวดท้อง

  • ใช้ลำต้นแก่ๆ ทุบพอแหลก ประมาณ 1 กำมือ (ประมาณ 40- 60 กรัม ) ต้มเอาน้ำดื่ม หรือประกอบเป็นอาหาร
  • นำตะไคร้ทั้งต้นรวมทั้งรากจำนวน 5 ต้น สับเป็นท่อน ต้มกับเกลือ ต้ม 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วน รับประทานครั้งละ 1 ถ้วยแก้ว รับประทาน 3 วัน จะหายปวดท้อง

แก้อาการขัดเบา ผู้ที่ปัสสาวะขัดไม่คล่อง (แต่ต้องไม่มีอาการบวม)

  • ใช้ต้นแก่สด วันละ 1 กำมือ (ประมาณ 40- 60 กรัม , แห้งหนัก 20- 30 กรัม ) ต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร) วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร
  • ใช้เหง้าแก่ที่อยู่ใต้ดิน ฝานเป็นแว่นบางๆ คั่วไปอ่อนๆ พอเหลือง ชงเป็นชาดื่ม ครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร